ลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) ทำอย่างไรให้ผอมไว

     สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับ สูตร ลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) ค่ะ สูตรลดน้ำหนักสูตรนี้เป็นสูตรการกินอาหารแบบแบ่งช่วงเวลาในการกิน และช่วงเวลาในการอดค่ะ ว่าแล้วก็ตามเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า การสูตรลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) จะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลยค่า

ลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) คืออะไร

     การลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) คือ การลดน้ำหนักที่เน้นการกินอาหารแบบจำกัดช่วงเวลา โดยจะมีช่วงอด (Fasting) และช่วงกิน (Feeding) ค่ะ ซึ่งการลดน้ำหนักแบบ IF นี้เราจะนับชั่วโมงในการอดอาหารและกินอาหารค่ะ

ลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) ลดน้ำหนัก

หลักการทำงานของ Intermittent Fasting

     หลักการทำงานของ Intermittent Fasting (IF) คือ ในช่วงที่เราอดอาหาร ระดับอินซูลินในร่างกายของเราจะลดต่ำลง และเมื่อระดับอินซูลินต่ำ ร่างกายจะปล่อย Growth Hormone ออกมามากขึ้น ซึ่ง Growth Hormone จะเป็นตัวที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี ดังนั้น การอดอาหารแบบ IF จึงเป็นการทำให้ร่างกายดึงไขมันที่สะสมไว้ออกมาใช้มากขึ้น และควรต้องมีการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งร่วมด้วย เพื่อกระชับกล้ามเนื้อให้เฟิร์ม

รูปแบบการกินของ Intermittent Fasting

     รูปแบบการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) มีหลายแบบด้วยกันค่ะ ซึ่งรูปแบบที่คนนิยมทำกันมาก มีดังนี้

     1. Leangains การกินแบบ 16/8

เป็นการกินแบบที่คนทั่วไปนิยมทำกันมากที่สุดค่ะ คือ อด 16 ชั่วโมง และกิน 8 ชั่วโมง

     2. Eat Stop Eat การอดอาหาร 24 ชั่วโมง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

เป็นการกินแบบที่จะมีวันที่เราต้องอดอาหาร 24 ชั่วโมง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนวันที่ไม่ได้ทำก็สามารถกินได้ตามปกติตามจำนวนแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการ

     3. 5-2 Diet การกินแบบ 5 วัน/ 2 วัน

เป็นการกินแบบปกติ 5 วัน กินแบบ Fasting 2 วัน โดยจะทำติดกัน 2 วันหรือห่างกันก็ได้

     4. The Warrior Diet การกินแบบ 20/4

เป็นการกินแบบอด 20 ชั่วโมง และกิน 4 ชั่วโมง โดยใน 4 ชั่วโมงนั้นจะต้องกินให้ครบตามแคลอรี่ที่ควรกินต่อวัน เน้นเป็นโปรตีน และผักสด ส่วนในช่วงอด 20 ชั่วโมง สามารถกินน้ำดื่มหรืออาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ๆ ได้ เช่น น้ำเปล่า โยเกิร์ต เบอร์รี่ ชา หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล

ทริคลดน้ำหนัก

ทริคการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting

  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น น้ำมีแคลลอรี่ต่ำ
  • ใช้กาแฟ ชาสมุนไพร เป็นตัวช่วยได้ หากเราเบื่อที่จะดื่มน้ำเปล่าก็สามารถดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล หรือจะดื่มชาสมุนไพรแทนได้
  • ทำตัวให้ชินกับความหิว เพราะเราต้องมีช่วงที่อดอาหาร และมีช่วงที่กินอาหาร
  • โหลดแอปพลิเคชัน สำหรับ Fasting มาใช้ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำช่วงกินและอดอาหาร
  • เริ่ม IF หลังมื้อเย็น เพราะการอดอาหารในช่วงเวลานี้จะช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จในการทำมากขึ้น
  • เลือกกินอาหารดี ๆ คุมแคลอรี่ให้ดี เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น
  • เวทเทรนนิ่ง เพื่อกระชับกล้ามเนื้อ
  • ดื่มน้ำตอนเช้าหลังตื่นนอน เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายกินได้เต็มที่และดีต่อลำไส้ ทั้งยังช่วยลดความหิวได้เป็นอย่างดี
เหมาะกับใคร ลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF)

Intermittent Fasting (IF) เหมาะกับใคร

     Intermittent Fasting (IF) เหมาะกับเพื่อน ๆ ที่อยากลดน้ำหนักในระยะยาว อยากเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย และฟื้นฟูสุขภาพโดยรวมของตัวเอง แถมยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและเพิ่มความจำให้สมองอีกด้วยค่ะ

ข้อดีของ Intermittent Fasting (IF)

  • ช่วยลดไขมันในร่างกายได้
  • มีภูมิคุ้มกันดี และความจำดีขึ้น
  • ร่างกายแข็งแรงในระยะยาว
  • ช่วยควบคุมโรคเบาหวาน โรคความดัน และคอเลสเตอรอล

ข้อเสียของ Intermittent Fasting (IF)

  • ต้องทนหิวในช่วงที่อดอาหาร
  • อาจเกิดปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • อาจเกิดปัญหาฮอร์โมนไม่สมดุล
  • อาจเกิดปัญหานอนไม่หลับ
  • อาจเกิดความเครียด
  • อาจจะมีปัญหากับต่อมไทรอยด์

     และนี่ก็เป็นการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) ที่เรานำมาฝากค่ะ สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจอยากจะลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting (IF) แนะนำให้ลองสูตรการกินแบบ 16/8 ก่อนนะคะ แล้วค่อย ๆ ปรับตัวไป เพื่อให้ร่างกายคุ้นชินกับช่วงอดอาหารค่ะ สูตรนี้ไม่ควรเริ่มแบบหักดิบหรือหักโหมเลย เพราะจะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้มากเลยทีเดียวค่ะ และที่สำคัญเลย อย่าลืมออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้วด้วยนะคะ

และขอแนะนำบทความ ลดน้ำหนักแบบ Atkins diet ผอมไว เน้นโปรตีน สำหรับใครกำลังมองหา สูตรลดน้ำหนัก สามารถเลือกได้เลยนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น